สารบัญ › เล่ม 31› พระสุตตันตปิฎก › ขุททกนิกาย › ปฏิสัมภิทามรรค

มาติกา

เล่ม 31 · หน้า 1 · v31-p001

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกายขุททกนิกายKhuddakanikāyaหมวดหมู่อนุเล่มเบ็ดเตล็ดในพระสุตตันตปิฎก รวมคัมภีร์ย่อย 15 คัมภีร์ ปฏิสัมภิทามรรคปฏิสัมภิทามรรคPaṭisambhidāmaggaคัมภีร์ในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกายขุททกนิกายKhuddakanikāyaหมวดหมู่อนุเล่มเบ็ดเตล็ดในพระสุตตันตปิฎก รวมคัมภีร์ย่อย 15 คัมภีร์ แสดงทางแห่งความแตกฉาน หรือปัญญาแตกฉานในธรรม 4 ประการ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

มาติกามาติกาmātikāแม่บท หัวข้อ หรือสารบัญธรรมที่ตั้งไว้เพื่ออธิบายขยายความต่อไป

  1. ปัญญาในการทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว เป็นสุตมยญาณสุตมยญาณsutamayañāṇaปัญญาที่เกิดจากการสดับตรับฟังและการทรงจำธรรม [ญาณอันสำเร็จมาแต่การฟัง] ๑
  2. ปัญญาในการฟังธรรมแล้ว สังวรไว้ เป็นสีลมยญาณสีลมยญาณsīlamayañāṇaปัญญาที่เกิดจากการสังวรสำรวมในศีลหลังจากฟังธรรม [ญาณอันสำเร็จมาแต่ศีล] ๑
  3. ปัญญาในการสำรวมแล้วตั้งไว้ดี เป็นภาวนามยญาณภาวนามยญาณbhāvanāmayañāṇaปัญญาที่เกิดจากการเจริญอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นดี [ญาณอันสำเร็จมาแต่การเจริญสมาธิ] ๑
  4. ปัญญาในการกำหนดปัจจัย เป็นธรรมฐิติญาณธรรมฐิติญาณdhammaṭṭhitiñāṇaปัญญาหยั่งรู้ความตั้งอยู่แห่งธรรม หรือความรู้ในการกำหนดปัจจัยแห่งธรรมทั้งหลาย [ญาณในเหตุธรรม] ๑
  5. ปัญญาในการย่อธรรมทั้งหลาย ทั้งส่วนอดีต ส่วนอนาคตและส่วนปัจจุบันแล้วกำหนดไว้ เป็นสัมมสนญาณสัมมสนญาณsammasanañāṇaปัญญาที่พิจารณาย่อธรรมทั้งอดีต อนาคต ปัจจุบัน ลงในไตรลักษณ์ [ญาณในการพิจารณา] ๑
  6. ปัญญาในการพิจารณาเห็นความแปรปรวนแห่งธรรมส่วนปัจจุบัน เป็นอุทยัพพยานุปัสนาญาณอุทยัพพยานุปัสนาญาณudayabbayānupassanāñāṇaปัญญาพิจารณาเห็นความเกิดและความดับแห่งสังขารธรรม [ญาณในการพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อม] ๑
  7. ปัญญาในการพิจารณาอารมณ์แล้วพิจารณาเห็นความแตกไป เป็นวิปัสนาญาณ [ญาณในความเห็นแจ้ง] ๑
  8. ปัญญาในการปรากฏโดยความเป็นภัย เป็นอาทีนวญาณอาทีนวญาณādīnavañāṇaปัญญาหยั่งเห็นสังขารทั้งปวงปรากฏโดยความเป็นโทษเป็นภัย [ญาณในการเห็นโทษ] ๑
  9. ปัญญาในความปรารถนาจะพ้นไปทั้งพิจารณาและวางเฉยอยู่ เป็นสังขารุเบกขาญาณสังขารุเบกขาญาณsaṅkhārupekkhāñāṇaปัญญาที่วางเฉยในสังขารด้วยความปรารถนาจะพ้นไป
  10. ปัญญาในการออกและหลีกไปจากสังขารนิมิตภายนอก เป็นโคตรภูญาณโคตรภูญาณgotrabhūñāṇaปัญญาหยั่งรู้ที่เป็นหัวต่อระหว่างปุถุชนกับพระอริยบุคคล ก้าวข้ามจากโคตรปุถุชนสู่อริยโคตร
  11. ปัญญาในการออกและหลีกไปจากกิเลส ขันธ์ และสังขารนิมิตภายนอกทั้งสอง เป็นมรรคญาณมรรคญาณmaggañāṇaปัญญาในอริยมรรคที่ทำหน้าที่ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน
  12. ปัญญาในการระงับประโยค เป็นผลญาณผลญาณphalañāṇaปัญญาที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากมรรคญาณ เสวยอารมณ์พระนิพพานอันเป็นผล
  13. ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสนั้นๆ อันอริยมรรคนั้นๆ ตัดเสียแล้ว เป็นวิมุติญาณวิมุติญาณvimuttiñāṇaปัญญาที่พิจารณาเห็นอุปกิเลสทั้งหลายที่อริยมรรคได้ตัดขาดแล้วอย่างหมดจด
  14. ปัญญาในการพิจารณาเห็นธรรมที่เข้ามาประชุมในขณะนั้น เป็นปัจจเวกขณญาณปัจจเวกขณญาณpaccavekkhaṇañāṇaปัญญาที่พิจารณาทบทวนเห็นธรรมทั้งหลายที่เข้ามาประชุมพร้อมกันในขณะแห่งมรรคและผล
  15. ปัญญาในการกำหนดธรรมภายใน เป็นวัตถุนานัตตญาณวัตถุนานัตตญาณvatthunānattañāṇaปัญญาในการกำหนดรู้ความต่างแห่งวัตถุธรรมภายใน เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ [ญาณในความต่างแห่งวัตถุ] ๑
  16. ปัญญาในการกำหนดธรรมภายนอก เป็นโคจรนานัตตญาณโคจรนานัตตญาณgocaranānattañāṇaปัญญาในการกำหนดรู้ความต่างกันแห่งอารมณ์ภายนอก (อายตนะภายนอก ๖) [ญาณในความต่างแห่งโคจร] ๑
  17. ปัญญาในการกำหนดจริยา เป็นจริยานานัตตญาณจริยานานัตตญาณcariyānānattañāṇaปัญญาในการกำหนดรู้ความต่างกันแห่งความประพฤติ (จริยา ๓) [ญาณในความต่างแห่งจริยา] ๑
  18. ปัญญาในการกำหนดธรรม ๔ เป็นภูมินานัตตญาณภูมินานัตตญาณbhūminānattañāṇaปัญญาในการกำหนดรู้ความต่างกันแห่งภูมิ ๔ (กาม รูป อรูป โลกุตระ) [ญาณในความต่างแห่งภูมิ] ๑
  19. ปัญญาในการกำหนดธรรม ๙ เป็นธรรมนานัตตญาณธรรมนานัตตญาณdhammanānattañāṇaปัญญาในการกำหนดรู้ความต่างกันแห่งธรรม ๙ ประเภท (จำแนกตามภูมิและกุศล อกุศล อัพยากฤตอัพยากฤตabyākataสภาวธรรมที่เป็นกลาง มิใช่กุศลและมิใช่อกุศล เช่น วิบากและกิริยาจิต) [ญาณในความต่างแห่งธรรม] ๑
  20. ปัญญาที่รู้ยิ่ง เป็นญาตัฏฐญาณญาตัฏฐญาณñātaṭṭhañāṇaปัญญาที่ทำหน้าที่รู้ยิ่งในธรรมทั้งหลาย (ปริญญากิจขั้นรู้สภาวะ) [ญาณในความว่ารู้] ๑
  21. ปัญญาเครื่องกำหนดรู้ เป็นตีรณัฏฐญาณ [ญาณในความว่าพิจารณา] ๑
  22. ปัญญาในการละ เป็นปริจจาคัฏฐญาณ [ญาณในความว่าสละ] ๑
  23. ปัญญาเครื่องเจริญ เป็นเอกรสัฏฐญาณ [ญาณในความว่ามีกิจเป็นอันเดียว] ๑
  24. ปัญญาเครื่องทำให้แจ้ง เป็นผัสสนัฏฐญาณ [ญาณในความว่าถูกต้อง] ๑
  25. ปัญญาในความต่างแห่งอรรถ เป็นอัตถปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบ
  26. ปัญญาในความต่างแห่งธรรม เป็นธรรมปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบธรรมปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบdhammapaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในธรรม คือตัวธรรมดา ปริยัติธรรม หรือเหตุ
  27. ปัญญาในความต่างแห่งนิรุติ เป็นนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบniruttipaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในภาษาและคำพูดสื่อสาร
  28. ปัญญาในความต่างแห่งปฏิภาณ เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบpaṭibhānapaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ ไหวพริบ ความรู้แจ้งในญาณทั้งหลาย
  29. ปัญญาในความต่างแห่งวิหารธรรม เป็นวิหารัฏฐญาณวิหารัฏฐญาณvihāraṭṭhañāṇaปัญญารู้ชัดในความต่างแห่งธรรมเป็นเครื่องอยู่ (วิหารธรรม) [ญาณในความว่าธรรมเครื่องอยู่] ๑
  30. ปัญญาในความต่างแห่งสมาบัติ เป็นสมาปัตตัฏฐญาณสมาปัตตัฏฐญาณsamāpattaṭṭhañāṇaปัญญารู้ชัดในความต่างแห่งการเข้าสมาบัติ [ญาณในความว่าสมาบัติ] ๑
  31. ปัญญาในความต่างแห่งวิหารสมาบัติ เป็นวิหารสมาปัตตัฏฐญาณสมาปัตตัฏฐญาณsamāpattaṭṭhañāṇaปัญญารู้ชัดในความต่างแห่งการเข้าสมาบัติ [ญาณในความว่าวิหารสมาบัติ] ๑
  32. ปัญญาในการตัดอาสวะขาด เพราะความบริสุทธิ์แห่งสมาธิอันเป็นเหตุไม่ให้ฟุ้งซ่าน เป็นอานันตริกสมาธิญาณอานันตริกสมาธิญาณānantarikasamādhiñāṇaปัญญาในการตัดอาสวะขาดด้วยความบริสุทธิ์แห่งสมาธิอันมีผลติดต่อกันทันที [ญาณในสมาธิอันมีในลำดับ] ๑
  33. ทัสนาธิปไตย ทัสนะมีความเป็นอธิบดี วิหาราธิคม คุณเครื่องบรรลุ คือวิหารธรรมอันสงบ และปัญญาในความที่จิตเป็นธรรมชาติน้อมไปในผลสมาบัติผลสมาบัติphalasamāpattiการเข้าสมาธิที่แนบแน่นของพระอริยบุคคล มีพระนิพพานเป็นอารมณ์โดยเสวยอารมณ์แห่งอริยผลอันประณีต เป็นอรณวิหารญาณอรณวิหารญาณaraṇavihārañāṇaปัญญารู้ชัดในธรรมเป็นเครื่องอยู่อันไม่มีกิเลสเป็นข้าศึก (สงบจากกิเลส) [ญาณในวิหารธรรมอันไม่มีกิเลสเป็นข้าศึก] ๑
  34. ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญ ด้วยความเป็นผู้ประกอบด้วยพละ ๒ ด้วยความระงับสังขาร ๓ ด้วยญาณจริยาญาณจริยาñāṇacariyāความประพฤติที่เป็นไปด้วยปัญญารู้แจ้ง เช่น พิจารณาไตรลักษณ์ มรรค และผล ๑๖ และด้วยสมาธิจริยา ๙ เป็นนิโรธสมาปัตติญาณนิโรธสมาปัตติญาณnirodhasamāpattiñāṇaปัญญาในความชำนาญแห่งการเข้าถึงความดับสนิทแห่งจิตและเจตสิกชั่วคราว [ญาณในนิโรธสมาบัติ] ๑
  35. ปัญญาในความสิ้นไปแห่งความเป็นไปแห่งกิเลสและขันธ์ของบุคคลผู้รู้สึกตัว เป็นปรินิพพานญาณปรินิพพานญาณparinibbānañāṇaปัญญาหยั่งรู้ในความสิ้นไปแห่งความเป็นไปของกิเลสและขันธ์ทั้งปวงของพระอรหันต์ผู้รู้สึกตัว
  36. ปัญญาในความไม่ปรากฏแห่งธรรมทั้งปวง ในการตัดขาดโดยชอบและในนิโรธ เป็นสมสีสัฏฐญาณสมสีสัฏฐญาณsamasīsaṭṭhañāṇaปัญญาหยั่งรู้ในความไม่ปรากฏแห่งธรรมทั้งปวง ในการตัดขาดกิเลสโดยชอบและในนิโรธ [ญาณในความว่าธรรมอันสงบและธรรมอันเป็นประธาน] ๑
  37. ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา สภาพต่างๆ และเดช เป็นสัลเลขัฏฐญาณสัลเลขัฏฐญาณsallekhaṭṭhañāṇaปัญญาหยั่งรู้ในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา สภาพต่าง ๆ และเดช ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลา [ญาณในความว่าธรรมเครื่องขัดเกลา] ๑
  38. ปัญญาในความประคองไว้ซึ่งจิตอันไม่หดหู่และจิตที่ส่งไป เป็นวิริยารัมภญาณวิริยารัมภญาณvīriyārambhañāṇaปัญญาหยั่งรู้ในการปรารภความเพียร ประคองจิตไม่ให้หดหู่และส่งไปเพื่อละอกุศลและเจริญกุศล
  39. ปัญญาในการประกาศธรรมต่างๆ เป็นอรรถสันทัสนญาณ [ญาณในการเห็นชัดซึ่งอรรถธรรม] ๑
  40. ปัญญาในการสงเคราะห์ธรรมทั้งปวงเป็นหมวดเดียวกันในการแทงตลอดธรรมต่างกันและธรรมเป็นอันเดียวกัน เป็นทัสนวิสุทธิญาณ
  41. ปัญญาในความที่ธรรมปรากฏโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น เป็นขันติญาณ
  42. ปัญญาในความถูกต้องธรรม เป็นปริโยคาหนญาณ [ญาณในความย่างเข้าไป] ๑
  43. ปัญญาในการรวมธรรม เป็นปเทสวิหารญาณ [ญาณในวิหารธรรมส่วนหนึ่ง] ๑
  44. ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี เป็นสัญญาวิวัฏฏญาณสัญญาวิวัฏฏญาณสญฺญาวิวฏฺฏญาณปัญญาที่หมุนกลับหรือหลีกออกจากกิเลสด้วยสัญญาที่มีกุศลธรรมเป็นใหญ่ [ญาณในความหลีกไปด้วยปัญญาที่รู้ดี] ๑
  45. ปัญญาในธรรมเป็นเหตุละความเป็นต่างๆ เป็นเจโตวิวัฏฏญาณเจโตวิวัฏฏญาณเจโตวิวฏฺฏญาณปัญญาในการหมุนจิตหลีกออกจากอารมณ์ต่าง ๆ สู่ธรรมอันเป็นเอกัคคตา [ญาณในการหลีกออกจากนิวรณ์ด้วยใจ] ๑
  46. ปัญญาในการอธิษฐาน เป็นจิตตวิวัฏฏญาณ [ญาณในความหลีกไปแห่งจิต] ๑
  47. ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า เป็นญาณวิวัฏฏญาณ [ญาณในความหลีกไปด้วยญาณ] ๑
  48. ปัญญาในความสลัดออก เป็นวิโมกขวิวัฏฏญาณ [ญาณในความหลีกไปแห่งจิตด้วยวิโมกข์] ๑
  49. ปัญญาในความว่าธรรมจริง เป็นสัจจวิวัฏฏญาณ [ญาณในความหลีกไปด้วยสัจจะ] ๑
  50. ปัญญาในความสำเร็จด้วยการกำหนดกาย [รูปกายของตน] และจิต [จิตมีญาณเป็นบาท] เข้าด้วยกัน และด้วยสามารถแห่งความตั้งไว้ซึ่งสุขสัญญา [สัญญาประกอบด้วยอุเบกขาในจตุตถฌานเป็นสุขละเอียด] และลหุสัญญา [สัญญาเบาเพราะพ้นจากนิวรณ์และปฏิปักขธรรม] เป็นอิทธิวิธญาณอิทธิวิธญาณอิทฺธิวิธญาณปัญญาที่ทำให้แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้อย่างวิจิตร [ญาณในการแสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ] ๑
  51. ปัญญาในการกำหนดเสียงเป็นนิมิตหลายอย่างหรืออย่างเดียวด้วยสามารถการแผ่วิตกไป เป็นโสตธาตุวิสุทธิญาณโสตธาตุวิสุทธิญาณโสตธาตุวิสุทฺธิญาณปัญญาในทิพยโสต หรือหูทิพย์ที่บริสุทธิ์ล่วงพ้นโสตของมนุษย์ [ญาณอันหมดจดแห่งโสตธาตุ] ๑
  52. ปัญญาในการกำหนดจริยาคือ วิญญาณหลายอย่างหรืออย่างเดียว ด้วยความแผ่ไปแห่งจิต ๓ ประเภท และด้วยสามารถแห่งความผ่องใสแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย เป็นเจโตปริยญาณเจโตปริยญาณเจโตปริยญาณปัญญากำหนดรู้สภาวะจิตใจของผู้อื่น [ญาณในความกำหนดรู้จิตผู้อื่นด้วยจิตของตน] ๑
  53. ปัญญาในการกำหนดธรรมทั้งหลายอันเป็นไปตามปัจจัย ด้วยสามารถความแผ่ไปแห่งกรรมหลายอย่างหรืออย่างเดียว เป็นบุพเพนิวาสานุสสติญาณ [ญาณเป็นเครื่องระลึกถึงชาติก่อนๆ ได้] ๑
  54. ปัญญาในความเห็นรูปเป็นนิมิตหลายอย่างหรืออย่างเดียว ด้วยสามารถแสงสว่าง เป็นทิพจักขุญาณ
  55. ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญในอินทรีย์ ๓ ประการ โดยอาการ ๖๔ เป็นอาสวักขยญาณขยญาณkhayañāṇaปัญญาหยั่งรู้ในความสิ้นไปของกิเลสและอาสวะทั้งหลายอาสวักขยญาณขยญาณkhayañāṇaปัญญาหยั่งรู้ในความสิ้นไปของกิเลสและอาสวะทั้งหลายĀsavakkhaya-ñāṇaปัญญาหยั่งรู้ความสิ้นไปแห่งอาสวะกิเลสทั้งหลาย [ญาณในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย] ๑
  56. ปัญญาในความกำหนดรู้ เป็นทุกขญาณ
  57. ปัญญาในความละ เป็นสมุทยญาณ
  58. ปัญญาในความทำให้แจ้ง เป็นนิโรธญาณ
  59. ปัญญาในความเจริญ เป็นมรรคญาณมรรคญาณmaggañāṇaปัญญาในอริยมรรคที่ทำหน้าที่ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน
  60. ทุกขญาณ [ญาณในทุกข์] ๑
  61. ทุกขสมุทยญาณ [ญาณในเหตุให้เกิดทุกข์] ๑
  62. ทุกขนิโรธญาณ [ญาณในความดับทุกข์] ๑
  63. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ [ญาณในข้อปฏิบัติเครื่องให้ถึงความดับทุกข์] ๑
  64. อรรถปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบอรรถปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบatthapaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ความหมาย หรือผลแห่งธรรม
  65. ธรรมปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบธรรมปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบdhammapaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในธรรม คือตัวธรรมดา ปริยัติธรรม หรือเหตุ
  66. นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบniruttipaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในภาษาและคำพูดสื่อสาร
  67. ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณปฏิสัมภิทาญาณpaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในอรรถ ธรรม ภาษา และปฏิภาณไหวพริบpaṭibhānapaṭisambhidāñāṇaปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ ไหวพริบ ความรู้แจ้งในญาณทั้งหลาย
  68. อินทริยปโรปริยัติญาณ [ญาณในความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลาย] ๑
  69. อาสยานุสยญาณอาสยานุสยญาณāsayānusayañāṇaพระญาณหยั่งรู้อัธยาศัยความโน้มเอียงและกิเลสอันนอนเนื่องของสัตว์ [ญาณในฉันทะเป็นที่มานอนและกิเลสอันนอนเนื่องของสัตว์ทั้งหลาย] ๑
  70. ยมกปาฏิหิรญาณ [ญาณในยมกปาฏิหาริย์ยมกปาฏิหาริย์yamakappāṭihāriyaปาฏิหาริย์คู่ คือ การแสดงอิทธิฤทธิ์ท่อน้ำและท่อไฟพุ่งออกจากพระกายพร้อมๆ กัน เป็นอสาธารณญาณของพระพุทธเจ้า] ๑
  71. มหากรุณาสมาปัตติญาณมหากรุณาสมาปัตติญาณmahākaruṇāsamāpattiñāṇaพระปรีชาญาณในการเข้ามหากรุณาสมาบัติเพื่อตรวจดูเวไนยสัตว์ที่ควรเสด็จไปโปรด
  72. สัพพัญญุตญาณสัพพัญญุตญาณsabbaññutañāṇaพระปรีชาญาณอันหยั่งรู้สิ่งทั้งปวง เป็นญาณเฉพาะพระพุทธเจ้า
  73. อนาวรณญาณอนาวรณญาณanāvaraṇañāṇaพระปรีชาญาณอันไม่มีสิ่งกีดกั้นขัดข้อง รู้แจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งปวง

ญาณเหล่านี้รวมเป็น ๗๓ ญาณ ในญาณทั้ง ๗๓ นี้ ญาณ ๖๗ [ข้างต้น] ทั่วไปแก่พระสาวก ญาณ ๖ [ในที่สุด] ไม่ทั่วไปด้วยพระสาวก เป็นญาณเฉพาะพระตถาคตเท่านั้น ฉะนี้แล ฯ

จบมาติกามาติกาmātikāแม่บท หัวข้อ หรือสารบัญธรรมที่ตั้งไว้เพื่ออธิบายขยายความต่อไป

เล่ม ๓๑ · หน้าปัจจุบัน ๑
‹ ไม่มีหน้าก่อนหน้า☰ สารบัญหน้า ๒ · ถัดไป ›
ผลค้นหา