สารบัญ › เล่ม 31 › พระสุตตันตปิฎก › ขุททกนิกาย › ปฏิสัมภิทามรรค › มหาวรรค › ทิฏฐิกถา

สังโยชน์ ทิฐิ และอัตตานุทิฐิ ๒๐ อาการ

เล่ม 31 · หน้า 18 · v31-p018

สังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ ทิฏฐิ และอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ ๒๐ อาการ

[๓๑๑] สังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการและทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้มีอยู่ สังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการแต่มิใช่ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้มีอยู่ สังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการและทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้เป็นไฉน ความลูบคลำด้วยสักกายทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้สักกายทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Sakkāyadiṭṭhiความเห็นผิดว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เป็นเรา หรือเป็นของเรา สักกายทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้สักกายทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Sakkāyadiṭṭhiความเห็นผิดว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เป็นเรา หรือเป็นของเราและสีลัพพตปรามาสสีลัพพตปรามาสSīlabbataparāmāsaความลูบคลำศีลและพรต ถือว่าการปฏิบัติข้อวัตรภายนอกเพียงอย่างเดียวทำให้บริสุทธิ์หลุดพ้นได้ เหล่านี้เป็นสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการและทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้

สังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการแต่ไม่ใช่ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้เป็นไฉน กามราคสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ ปฏิฆสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ มานสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ วิจิกิจฉาวิจิกิจฉาVicikicchāความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย ในข้อปฏิบัติ หรือในอริยสัจสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ ภวราคสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ อิสสาสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ มัจฉริยสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ อนุสัยอนุสัยอนุสยกิเลสที่นอนเนื่อง หมักหมมอยู่ในขันธสันดาน ละได้เด็ดขาดด้วยอริยมรรคสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ อวิชชาอวิชชาAvijjāความไม่รู้แจ้ง ความหลงไม่รู้ในอริยสัจ ๔สังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ เหล่านี้เป็นสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการแต่มิใช่ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้ อัสสาททิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัสสาททิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Assādadiṭṭhiความเห็นผิดที่ยึดถือในความยินดี เพลิดเพลิน พอใจ (อัสสาทะ) ว่าเป็นตัวตนหรือของตน มีความถือผิดด้วยอาการ ๓๕ เหล่านี้ ฯ

อาการแห่งอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ ๒๐

[๓๑๒] อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ มีความถือผิดด้วยอาการ ๒๐ เป็นไฉน ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับในโลกนี้ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัปบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของสัปบุรุษ

  • ย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตนบ้าง เห็นตนว่ามีรูปบ้าง เห็นรูปในตนบ้าง เห็นตนในรูปบ้าง
  • ย่อมเห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตนเอง เห็นตนว่ามีวิญญาณบ้าง เห็นวิญญาณในตนบ้าง เห็นตนในวิญญาณบ้าง ฯ

การยึดถือในรูปขันธ์ ๔ อาการ

[๓๑๓] ปุถุชนย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตนอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเห็นปฐวีกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆโดยความเป็นตน คือ ย่อมเห็นปฐวีกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆและตนไม่เป็นสองว่า ปฐวีกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆอันใด เราก็อันนั้น เราอันใด ปฐวีกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆก็อันนั้น เปรียบเหมือนเมื่อประทีปน้ำมันกำลังลุกโพลงอยู่ บุคคลเห็นเปลวไฟและแสงสว่างไม่เป็นสองว่า เปลวไฟอันใด แสงสว่างก็อันนั้น แสงสว่างอันใด เปลวไฟก็อันนั้น ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเห็นปฐวีกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆโดยความเป็นตน...

ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้ คือ ความลูบคลำด้วยความถือผิด ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้ไม่ใช่วัตถุ วัตถุไม่ใช่ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้ ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้เป็นอย่างหนึ่ง วัตถุเป็นอย่างหนึ่ง ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้และวัตถุนี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีรูปเป็นวัตถุที่ ๑ อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบเป็นมิจฉาทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้ เป็นทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้วิบัติทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้วิบัติdiṭṭhivipattiความวิบัติแห่งความเห็น ความเห็นผิดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง บุรุษบุคคลผู้ประกอบด้วยอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ ย่อมมีคติเป็นสอง ฯลฯ เหล่านี้เป็นสังโยชน์สังโยชน์Saṃyojanaกิเลสอันผูกมัดสัตว์ไว้กับภพและวัฏสงสาร มี ๑๐ ประการ แต่มิใช่ทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้

บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเห็นอาโปกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆ เตโชกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆ วาโยกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆ นีลกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆ ปีตกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆ โลหิตกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆ โอทาตกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆโอทาตกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆodhātakasiṇaกสิณกสิณKasiṇaวัตถุอันเป็นเครื่องเพ่งเพื่ออบรมจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือสีต่าง ๆสีขาว การเพ่งกำหนดวัตถุหรือดวงสีขาวเป็นอารมณ์ภาวนา โดยความเป็นตน... บุคคลย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตนอย่างนี้ ฯ

[๓๑๔] ปุถุชนย่อมเห็นตนว่ามีรูปอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตน เขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นี้แลเป็นตัวตนของเรา แต่ตัวตนของเรานี้นั้นมีรูปด้วยรูปนี้ ดังนี้ ชื่อว่า ย่อมเห็นตนว่ามีรูป เปรียบเหมือนต้นไม้มีเงา บุรุษพึงพูดถึงต้นไม้นั้นอย่างนี้ว่า นี่ต้นไม้ นี่เงา ต้นไม้เป็นอย่างหนึ่ง เงาเป็นอย่างหนึ่ง แต่ต้นไม้นี้นั้นแลมีเงาด้วยเงานี้... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ มีรูปเป็นวัตถุที่ ๒...

[๓๑๕] ปุถุชนย่อมเห็นรูปในตนอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตน เขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นี้แลเป็นตัวตนของเรา ก็แลในตัวตนนี้มีรูปเช่นนี้ ดังนี้ ชื่อว่าย่อมเห็นรูปในตน เปรียบเหมือนดอกไม้มีกลิ่นหอม บุรุษพึงพูดถึงดอกไม้นั้นอย่างนี้ว่า นี้ดอกไม้ นี้กลิ่นหอม ดอกไม้อย่างหนึ่ง กลิ่นหอมอย่างหนึ่ง แต่กลิ่นหอมนี้นั้นแลมีอยู่ในดอกไม้นี้... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีรูปเป็นวัตถุที่ ๓...

[๓๑๖] ปุถุชนย่อมเห็นตนในรูปอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตน เขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นี้แลเป็นตัวตนของเรา แต่ตัวตนของเรานี้นั้นมีอยู่ในรูปนี้ ดังนี้ ชื่อว่าย่อมเห็นตนในรูป เปรียบเหมือนแก้วมณีที่ใส่ไว้ในขวด... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ มีรูปเป็นวัตถุที่ ๔...

การยึดถือในเวทนาขันธ์ ๔ อาการ

[๓๑๗] ปุถุชนย่อมเห็นเวทนาโดยความเป็นตนอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเห็นจักขุสัมผัสสชาเวทนา ... มโนสัมผัสสชาเวทนา โดยความเป็นตน (เปรียบเหมือนเปลวไฟกับแสงสว่าง) ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีเวทนาเป็นวัตถุที่ ๑ ฯ

[๓๑๘] ปุถุชนย่อมเห็นตนว่ามีเวทนาอย่างไร (เปรียบเหมือนต้นไม้มีเงา) ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีเวทนาเป็นวัตถุที่ ๒ ฯ

[๓๑๙] ปุถุชนย่อมเห็นเวทนาในตนอย่างไร (เปรียบเหมือนดอกไม้มีกลิ่นหอม) ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีเวทนาเป็นวัตถุที่ ๓ ฯ

[๓๒๐] ปุถุชนย่อมเห็นตนในเวทนาอย่างไร (เปรียบเหมือนแก้วมณีในขวด) ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีเวทนาเป็นวัตถุที่ ๔ ฯ

การยึดถือในสัญญาขันธ์ ๔ อาการ

[๓๒๑] ปุถุชนย่อมเห็นสัญญาโดยความเป็นตนอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบ มีสัญญาเป็นวัตถุที่ ๑ ฯ

[๓๒๒] ปุถุชนย่อมเห็นตนว่ามีสัญญาอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุฐิทิมีสัญญาเป็นวัตถุ ๒ ฯ

[๓๒๓] ปุถุชนย่อมเห็นสัญญาในตนอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีสัญญาเป็นวัตถุที่ ๓ ฯ

[๓๒๔] บุคคลย่อมเห็นตนในสัญญาอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีสัญญาเป็นวัตถุที่ ๔ ฯ

การยึดถือในสังขารขันธ์ ๔ อาการ

[๓๒๕] ปุถุชนย่อมเห็นสังขารโดยความเป็นตนอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีสังขารเป็นวัตถุที่ ๑ ฯ

[๓๒๖] ปุถุชนย่อมเห็นตนว่ามีสังขารอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีสังขารเป็นวัตถุที่ ๒ ฯ

[๓๒๗] ปุถุชนย่อมเห็นสังขารในตนอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีสังขารเป็นวัตถุที่ ๓ ฯ

[๓๒๘] ปุถุชนย่อมเห็นตนในสังขารอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีสังขารเป็นวัตถุที่ ๔ ฯ

การยึดถือในวิญญาณขันธ์

[๓๒๙] ปุถุชนย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตนอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีวิญญาณเป็นวัตถุที่ ๑ ฯ

[๓๓๐] ปุถุชนย่อมเห็นตนว่ามีวิญญาณอย่างไร ... นี้เป็นอัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้อัตตานุทิฐิทิฐิDiṭṭhiความเห็น, ความเห็นผิดหรือทัศนะที่มีการยึดถือเอาไว้Attānudiṭṭhiความเห็นตามว่าเป็นตัวตน การยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา ๒๐ รูปแบบมีวิญญาณเป็นวัตถุที่ ๒ ฯ