เทวตานุสสติกถา
วิธีเจริญเทวตานุสสติ
การระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้บุคคลไปเกิดเป็นเทวดา เช่น ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา
[๑๖๒] ก็แหละ โยคีบุคคลผู้มีความประสงค์เพื่อจะเจริญเทวตานุสสติกัมมัฏฐาน พึงเป็นผู้ประกอบด้วยคุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้น อันสำเร็จมาด้วยอำนาจแห่ง อริยมรรค แต่นั้นพึงไปในที่ลับ หลีกเร้นอยู่ ณ เสนาสนะอันสมควร พึงระลึกอยู่ เนือง ๆ ถึงคุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นของตน โดยตั้งเทวดาทั้งหลายไว้ในฐานะ เป็นพยานอย่างนี้ว่า เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา มีอยู่จริง เทวดา ชั้นดาวดึงส์ มีอยู่จริง เทวดาชั้นยามา มีอยู่จริง เทวดา ชั้นดุสิต มีอยู่จริง เทวดาชั้นนิมมานรดี มีอยู่จริง เทวดา ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี มีอยู่จริง เทวดาชั้นพรหมกายิกา มีอยู่จริง เทวดาชั้นสูงขึ้นไปกว่านั้นก็มีอยู่จริง เทวดาเหล่านั้น ประกอบด้วยศรัทธาชนิดใด ครั้น จุติจากโลกนี้แล้วจึงไปบังเกิดในภพนั้น ๆ ศรัทธาชนิดนั้น แม้ในเราก็มี เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยศีลชนิดใด ประกอบ ด้วยสุตะการสดับรับฟัง, การศึกษาเล่าเรียน, ความรู้ชนิดใด ประกอบด้วยจาคะการสละให้ ปันสิ่งของ และการสละละกิเลสความตระหนี่ชนิดใด ประกอบ ด้วยปัญญาชนิดใด ครั้นจุติจากโลกนี้แล้วจึงไปบังเกิดใน ภพนั้น ๆ ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาชนิดนั้น ๆ แม้ในเรา ก็มีอยู่ ฉะนี้
แต่ว่าในพระสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า มหานามะ ในสมัยใด อริยสาวกย่อมระลึกเนือง ๆ ถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของตนและของเทวดาเหล่านั้น ในสมัยนั้น จิตของเธอก็จะไม่ถูกราคะรบกวน ดังนี้ ถึงจะตรัสไว้ดังนั้นก็ตาม แต่นัก ศึกษาพึงทราบว่า พระพุทธพจน์นั้นตรัสไว้เพื่อประสงค์จะทรงแสดงถึงคุณอันเสมอกัน ทั้งของพวกเทวดาที่ตั้งไว้ในฐานะเป็นพยาน ทั้งของตน โดยคุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้น จริงอยู่ ในอรรถกถาท่านก็กล่าวไว้อย่างมั่นเหมาะว่า ย่อมระลึกเนือง ๆ ถึงคุณทั้ง หลายของตน โดยตั้งเทวดาทั้งหลายไว้ในฐานะเป็นพยาน
องค์ฌาน ๕ เกิด
(๑๖๓) เพราะเหตุนั้น เมื่อโยคีบุคคลระลึกอยู่เนือง ๆ ถึงคุณทั้งหลายของ เหล่าเทวดา ในภาคต้นแล้ว จึงระลึกเนือง ๆ ถึงคุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นอันมีอยู่ ของตนในภายหลัง ในสมัยนั้น จิตของเธอก็จะไม่ถูกราคะรบกวน จะไม่ถูกโทสะ รบกวน จะไม่ถูกโมหะรบกวน ในสมัยนั้น จิตของเธอก็จะปรารภตรงดิ่งถึงเทวดา ทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้ องค์ฌานทั้งหลายย่อมบังเกิดขึ้นแก่เธอผู้ข่มนิวรณ์ได้แล้ว ในขณะเดียวกัน โดยนัยก่อนนั่นแล
ก็แหละ เพราะเหตุที่คุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นเป็นสภาพที่ล้ำลึกอย่างหนึ่ง เพราะเหตุที่โยคีบุคคลน้อมจิตไปในอันระลึกถึงคุณอย่างนานาประการอย่างหนึ่ง ฌานจึงขึ้นไม่ถึงขั้นอัปปนาสมาธิขั้นแนบแน่น หรือระดับฌานที่จิตดิ่งสนิทในอารมณ์เดียว ขึ้นถึงเพียงขั้นอุปจาระสมาธิเฉียดหรือใกล้จะถึงขั้นฌานแน่วแน่เท่านั้น ฌานนั้นย่อมถึงซึ่งอันนับว่า เทวดานุสสติฌาน ก็โดยที่ระลึกถึงคุณศรัทธาเป็นต้นเช่นเดียวกับคุณของเทวดา ทั้งหลายนั่นเอง
อานิสงส์การเจริญเทวตานุสสติกัมมัฏฐาน
ก็แหละ ภิกษุผู้ประกอบซึ่งเทวตานุสสติกัมมัฏฐานนี้อยู่เนือง ๆ ย่อมเป็นที่รักใคร่ เป็นที่ชอบใจของเทวดาทั้งหลาย ย่อมจะประสบความไพบูลย์ด้วยคุณมีศรัทธาเป็นต้น โดยประมาณยิ่ง เป็นผู้มากล้นด้วยปีติและปราโมทย์ความบันเทิงใจ รื่นเริงใจอย่างยิ่ง ก็แหละ เมื่อยังไม่ได้แทงตลอด คุณวิเศษชั้นสูงขึ้นไป (ในชาตินี้) ก็จะเป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
เพราะเหตุฉะนั้นแล โยคาวจรบุคคลผู้มีปัญญาดี พึงบำเพ็ญความไม่ประมาทในเทวตานุสสติภาวนา ซึ่งมี อานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดังพรรณนามานี้ ในกาลทุกเมื่อ เทอญ
กถามุขพิสดารในเทวตานุสสติกัมมัฏฐาน ยุติลงเพียงเท่านี้
